ข่าวทั่วไป

กำจัดสิวเสี้ยนแบบง่าย! ไม่ต้องบีบให้จมูกแดงอีกต่อไป!

แน่นอนว่าปัญหาสิวนั้นถือเป็นเรื่องกวนใจสำหรับสองสาวไม่น้อยซึ่งให้หลายหลายคนก็ยอมเสียตังค์เป็น 10,000 เป็น 1000 เป็น 100,000 เพื่อที่จะกำจัดเสียออกจากใบหน้าของตนให้หมดแน่นอนว่าสิวนั้นก็มีหลายสาเหตุเช่นกัน ซึ่งสิวนั้นก็มีทั้งสิวอุดตันสิวเสี้ยนโดยซิวนั้นมักจะเกิดขึ้นตามรูขุมขนของเราที่มันจะมีไขมันเข้าไปอยู่ซึ่งการสะสมกันกลายเป็นสิ่งสกปรกแล้วอุดตันจนเกิดสิวนั่นเองโดยวันนี้เราจะพาทุกคนนั้นลองไปกำจัดสิวเสี้ยนกันแบบง่ายง่ายบอกเลยว่าทำได้ง่ายง่ายโดยที่เรานั้นไม่ต้องไปเสียตังค์ให้มากมายซึ่งของส่วนใหญ่ก็หาได้ใกล้ตัวแต่จะมีอะไรบ้างนั้นลองตามกันมาดู อุปกรณ์ ผ้าขนหนู

สุดยอดไอเดีย! เพาะกล้าข้าวแบบใหม่ ถอนง่ายไม่ต้องเสียเวลาและแรง!

แน่นอนว่าข้าวนั้นถือเป็นพืชที่ชาวเกษตรกรในประเทศไทยนั้นมักจะปลูกกันอยู่ใช่ไหมล่ะคะบอกเลยว่าหากใช้วิธีขั้นตอนแบบสมัยก่อนนั้นเหนื่อยมาก ซึ่งวันนี้เราก็จะพาพี่น้องชาวเกษตรกรนั้นไปลองทำอะไรใหม่ใหม่ดูกันบ้างและแปลกใหม่กันดูโดยในสมัยก่อนนั้นเวลาเรานั้นหวานข้าวเราก็จะต้องเสียเวลาในการถอนกันใช่มั้ยล่ะคะซึ่งในขั้นตอนนี้จะเป็นท่านตอนที่เราน่าจะต้องเปลืองแรงเป็นอย่างแรงเพราะว่าเราจะต้องทำการแต่ต้นกล้าเอาดินออกบอกด้วยว่าการทำแบบนี้เหนื่อยมากๆทำไม่ดีก็ทำให้ต้นกล้าขอหัดทำบ้างก็มีเสียบ้างอีกต่างหาก โดยวันนี้ทางทีมงานจะพาทุกคนไปดูการหวานข้าวซึ่งบอกเลยว่าเป็นสุดยอดไอเดียที่ทำให้ทุกคนนั้นไม่ต้องเหนื่อยผ่อนกันอีกต่อไปอีกทั้งยังประหยัดเวลาและไม่เปลืองแรงอีกด้วยซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นลองตามกันมาดู โดยนี่ถือเป็นวัฒนกรรมใหม่ใหม่แห่งการปลูกต้นกล้าที่แบบว่าเราไม่จำเป็นต้องถอดให้เหลือลำบากหลังขดหลังแข็งอีกต่อไปกินข้าวเรานั้นทำการวันต้องกลับลงมาเลยตาข่ายก็หมดปัญหาในเรื่องของดินร่างและเรานั้นจะไม่ต้องมานั่งเตะต้นกาให้เสียเวลาโดยวิธีนั้นมีดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ทำการเปลี่ยนแปลงสำหรับต้นข้าวให้พร้อมซึ่งในขั้นตอนนี้เราจะต้องเตรียมแปลนและหว่านกล้าเหมือนกับการวันกล้าแบบปกติทั่วไปในทุกขั้นตอน ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นเราก็ทำการเตรียมแปลงแล้วก็นำผ้าสีเขียวที่เป็นผ้าใบตาข่ายตาข่ายมาบูรงในแปลงเพราะกล้าให้ทั่วแปลงหลังจากนั้นก็ใช้ไม้ มาปากตามมุมตามจุดต่างๆเพื่อให้ดึงผ้าเขียวได้ง่ายและทำให้จุ่มลงในดินแปลง ขั้นตอนที่ 3 ทำการหวานเมล็ดพันธุ์ข้าวจากนั้นก็ดูแลแฟนเพสะต้นกล้าตามปกติเลยค่ะจนเมื่อต้นกล้านั้นมีอายุประมาณ 30 วันก็สามารถถอนได้ ขั้นตอนที่ 4 เมื่อถึงขั้นตอนการถอนนั้นก็ให้ทรไม้แหลมออกจากมุมต่างๆเสียก่อนจากนั้นก็ทำการดึงผ้าตาข่ายขึ้นทีละพื้นซึ่งเราจะสังเกตได้ว่าต้นกล้านั้นจะถูกถอนติดขึ้นมาบนผ้าเขียวได้แบบนี้ง่ายซึ่งเรานั้นก็จะไม่ต้องไปเตะต้นกล้าอีกต่อไป เพียงเท่านี้ก็ทำให้การปลูกข้าวของคุณนั้นสามารถทำได้ง่ายและถอนได้ไงซึ่งประโยชน์ของมันก็จะประหยัดทั้งเวลาและค่าแรงในการเพาะต้นกล้าซึ่งบอกเลยว่าชาวนาคนไหนที่สนใจก็ลองนำไปทำกันดูนะคะบอกเลยว่าได้ผลเป็นอย่างดีซึ่งมีคนทดลองกันทำไปแล้วแต่จะเป็นอย่างไรนั้นลองดูตามคลิปกันเลย เป็นอย่างไรบ้างคะบอกเลยว่าน่าสนใจเป็นอย่างมากซึ่งหากใครสนใจก็ลองหาตาข่ายมากันดูนะคะแนะนำมาเท่านี้ก็จะทำให้คุณนั้นประหยัดทั้งแรงงานและ ค่าแรงไม่ได้อีกเยอะมากมายเลยทีเดียว เพียงแค่นี้ก็จะทำให้การปลูกต้นข้าวของคุณนั้นสามารถทำได้ง่ายและลินดินไม่ติดรักมากเกินไปซึ่งจะทำให้ดินต้นกาได้ง่ายอีกทั้งยังมีข้าวที่แข็งแรงและประหยัดเวลาอีกด้วยบอกเลยว่าเป็นวิธีที่ได้ประสิทธิภาพเป็นอย่างมากซึ่งได้มีคนนั้นได้ทดลองแล้วบอกเลยว่าเป็นการการทำเกษตรในรูปแบบใหม่ซึ่งหากใครที่สนใจนั้นก็ลองทำทันได้ดูเลย

ปลูกถั่วงอกในขวดพลาสติกแบบง่ายๆ ไว้กินเองในบ้าน ประหยัด แถมปลอดสารพิษ!

แน่นอนว่าตอนเด็กเด็กทุกคนคงเคยจะปลูกถั่วงอกกันใช่มั้ยล่ะคะซึ่งของนอกนั้นใช้วิธีไม่ยากและสามารถปลูกได้เองแบบง่ายง่ายแล้วทำไมเราถึงไม่ลองปลูกกันเองดูบ้าง ซึ่ง ถั่วงอกนั้นถือเป็นผักที่ใครใครหลายคนชอบกินเพราะมีรสชาติอร่อยและกรอกจะกินแบบสดหรือจะนำไปลวกหรือจะนำไปผัดก็ล้วนแต่อร่อยทั้งนั้นฉะนั้นจะดีกว่าไหมถ้าหากเราปลูกถั่วงอกไว้ทานเองเพราะว่าเราจะได้ทานผักปลอดสารพิษ ที่เกิดจากมือของตัวเองด้วยซึ่งวันนี้ทางทีมงานก็ขอนำเสนอวิธีการปลูกถั่วงอกในขวดน้ำซึ่งจะทำอย่างไรบ้างนั้นลองตามมาดูกันเลย วัสดุ - ขวดน้ำอัดลม -เมล็ดถั่วเขียว ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการเจาะรูที่ก้นขวดเพิ่งรู้นั้นจะไม่ควรใหญ่ไปกว่าเมล็ดถั่วเขียว ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นก็ตัดปากขวดให้เหลือประมาณเกือบครึ่งหนึ่งของขวด ขั้นตอนที่ 3 แล้วเอาเมล็ดถั่วเขียวมาแช่น้ำประมาณ 8 ชั่วโมงหรือหนึ่งคืน ขั้นตอนที่ 4 เมื่อแช่เสร็จแล้วเราก็ได้ถั่วเขียวที่มีหางขาวๆออกมา ขั้นตอนที่ 5 จากนั้นก็นำเมล็ดถั่วเขียวที่แช่น้ำเอาไว้มาสะเด็ดน้ำให้แห้งเสร็จแล้วก็นำมาใส่ขวดแล้วก็เอาผ้าเปียกมาวางทับไว้ที่ถั่วเขียว ขั้นตอนที่ 6 จากนั้นก็คลุมด้วยถุงพลาสติกสีดำ เพื่อให้การปลูกถั่วงอกของเรานั้นอยู่ในอนุภูมิที่มืดและเย็นซึ่งถือเป็นอุณหภูมิที่พอเหมาะสำหรับถั่วงอกทำให้ถั่วงอกโดนแสงแดดเด็ดขาดไม่อย่างนั้นผมก็จะเปลี่ยนสีลกลายเป็นรสขม ขั้นตอนที่ 7 ทำการซาวน้ำทุกๆวัน ขั้นตอนที่ 8 พอเข้าวันที่สี่ก็จะได้ถั่วงอกที่โตเต็มวัยเราก็สามารถเอาถั่วงอกพรุ่งนี้มาล้างน้ำแล้วนำไปผัดกินได้แล้ว เพียงเท่านี้เราก็จะได้ถั่วงอกเค้าขาวอบอวบมากินกันแล้วนะคะเป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ยบอกเลยว่าทั้งประหยัดสะอาดและปลอดภัยอย่างแน่นอนไร้สารพิษชัวร์ซึ่งแน่นอนว่าใครจะลองปลูกและนำไปขายเป็นรายได้เสริมก็ได้นะคะ

สูตรเร่งรากไผ่กิมซุง ทำได้เองแบบง่ายๆ ใช้เวลาแค่ 4 วันก็เห็นผล!

แน่นอนว่าภัยนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จักกันดีและเคยเห็นกันอยู่บ่อยบ่อยซึ่งภัยนั้นถือว่าเป็นพืชทางเศรษฐกิจที่ได้รับความเป็นนิยมอย่างมากอีกทั้งยังทำให้ชาวสวนชาวเกษตรกรนั้นมีรายได้เข้าสู่ครอบครัวได้ ซึ่งไผ่นั้นสามารถนำมาทำประโยชน์ได้หลากหลายอย่างทั้งแปรรูปเป็นข้าวของเครื่องใช้หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆนั้นก็สามารถทำได้อีกทั้งยังมีคุณประโยชน์มากมายอีกด้วยซึ่งไผ่ที่ได้รับความนิยมนั้นก็คือไผ่กิมซุงนั่นเอง ซึ่งข้อดีของ ไผ่กิมซุงตัวนั้นมีมากมายทำให้ชาวเกษตรกรนั้นหันมาสนใจโปรแกรมเป็นอย่างมากนั่นก็เพราะไผ่กิมซุงนั้นดูแลรักษาง่ายและให้ผลตอบแทนในระยะเวลาอันสั้นซึ่งใช้เวลาปลูกแค่แปดเดือนเท่านั้นอีกทั้งมีปัญหาเรื่องโรคและแมลงน้อยมากแล้วก็ยำเป็นผลผลิตที่เป็นต้องการของตลาดอีกทั้งไผ่กิมซุงนั้นยังสามารถเก็บเกี่ยวสร้างรายได้ได้อีกตลอดทั้งปี และวันนี้ทางทีมงานก็จะขอนำทุกท่านไปพบกับวิธีการปลูกไผ่กิมซุงโดยให้ไผ่กิมซุงนั้นมีราออกมาอย่างรวดเร็วซึ่งนี่ก็คือสูตรการลิงค์ราษลิงยอดของไผ่กิมซุงผิดที่เราจะมานำเสนอได้กันในวันนี้ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นลองตามกันมาดูเลย ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากเราเลือกกิ่งไผ่ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณซักสองถึง 3 เซนติเมตรจากนั้นก็ทำการตัดต้นไผ่โดยให้เหลือประมาณซักข้อด้านล่างไว้ซึ่งเหลือไว้สำหรับการออกรางวัลเองและก็เหลือคอดำบนไว้สำหรับการแตกยอด ขั้นตอนที่ 2 จากนั้น เราก็ทำการเตรียมถุงสำหรับปลูกลงดินไว้ให้เรียบร้อยก่อน ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นเราก็นำสูตรสำหรับการเลี้ยงนั่นก็คือการนำกะปิและเครื่องดื่มชูกำลังมาผสมกันโดยใช้กะปิประมาณหนึ่งช้อนและเครื่องดื่มชูกำลังประมาณหนึ่งช้อนจากนั้นก็มาผสมให้เข้ากัน ขั้นตอนที่ 4 แล้วก็เอาส่วนผสมที่ได้ใส่ลงไปในถุงสำหรับปลูกต้นไผ่โดยเฉพาะใช้เพียงแค่หนึ่งช้อนชาเท่านั้นไม่อย่างนั้นต้นไผ่อาจจะตายได้ ขั้นตอนที่ 5 จากนั้นก็ทำการลดน้ำบำรุงรักษาต้นไผ่ตามปกติ ขั้นตอนที่ 6 แล้วก็เอากิ่งไผ่ที่ตัดเตรียมไว้มาปักลงในถุงปลุก ขั้นตอนที่ 7 เมื่อผ่านไปประมาณสี่วันก็จะพบว่าไผ่ที่เรานั้นได้แชมป์เอาไว้จะมีรักขึ้นมาและมียอดที่เจริญเติบโตได้เร็วมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งสูตรนี้สามารถใช้ได้กับพืชได้ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นพืชผักหรือพืชผลและสามารถนำไปเร่งรากเร่งยอดได้อีกด้วย ซึ่งมีถือว่าเป็นสูตรที่ใช้ได้ไม่เยอะและหาได้ไม่ยากอีกทั้งยังได้ผลจริงซึ่งใครสนใจก็ลองเอาไปทำในส่วนของตัวเองดูนะคะรับรองว่าจะเร่งรากเร่งยอดได้อย่างแน่นอน

ดินแข็งไม่ต้องเอาไปทิ้ง! เพียงแค่ทำสูตรนี้ ง่ายๆ! ก็ได้ดินดีดีกลับมา

แน่นอนว่าคนที่ เคยจะคิดปลุกผักสวนครัวหรือปลูกต้นไม้ไว้ที่บ้านเพื่อประดับให้บ้านนั้นมีส่วนที่สวยงามแต่เพราะปลูกแล้วบางคนนั้นก็ไม่มีเวลาจนลืมรอน้ำไปบ้างทำให้ดินในกระถังต้นไม้นั้นแห้งแข็งและแตก ซึ่งบอกเลยว่าการที่ดินเป็นอย่างนี้นั้นมีผลกระทบโดยตรงกับต้นไม้กลับต้นไม้ที่เราปลูกไว้เลยทีเดียวเพราะการที่มีดินแข็งมากๆนั่นเองซึ่งบอกเลยว่าบางบ้านก็ตัดสินใจทิ้งทั้งต้นทั้งดินไปเลยก็มี ซึ่งสาเหตุของดินแข็งนั้นเกิดจากปริมาณของสารเอ็นอินทรีในดินนั้นรถลงไปซึ่งทำให้ดินแน่นแน่นแข็งขึ้นและดินนั้นก็ได้สูญเสียไนโตรเจนไปอย่างรวดเร็วแล้วก็มีการละลายแร่ธาตุกำมะถันอีกด้วย. ซึ่งเกิดจาก 1# น้ำประปา การใช้น้ำประปาในการรดน้ำดอกไม้โดยตรงนั้นจะทำให้ดินนั้นได้แข็งตัวแบบนี้ง่ายเพราะว่าในน้ำประปานั้นมีความกระด่างสูง 2# ใช้ปุ๋ยไม่เหมาะสม ซึ่งในบางครั้งถ้าหากเราใส่ปุ๋ยมากเกินไปก็อาจจะทำให้ดินนั้นไม่สามารถดูดซึมน้ำเข้าไปใช้งานได้และสุดท้ายก็จะทำให้เกิดการอัดแน่นของดินและจนเกิดเป็นดินแข็งนั่นเอง เวลาที่ดินนั้นจับตัวกันเป็นก้อนก้อนเรานั้นไม่ควรจะตั้งวนให้เปลี่ยนกระถางใหม่เพราะนั่นจะทำให้รากต้นไม้ช้ำลงกว่าเดิมเพียงแค่เรานั้นหันไปรถน้ำตามปกติก็สามารถทำให้ดินในกระถางนั้นคลายตัวออกมาได้แล้ว และวันนี้ทางทีมงานก็จะมานำเสนอวิธีดีดีที่ทำให้ดินแข็งตัวนั้นกลับกลายเป็นดินปกติซึ่งจะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้นลองตามกันมาดูเลย ขั้นตอนที่ 1 ให้นำเปลือกของผลไม้นั้นนำมาหมักทิ้งไว้จนให้กลายเป็นน้ำหมักซึ่งน้ำหมักที่เกิดจากเปิดผลไม้นะจะให้ค่าโกรธที่สูงซึ่งนำมารถบนดินที่แข็งได้ซึ่งจะทำให้ดินนั้นชุ่มชื้นอีกทั้งยังเป็นน้ำหมักที่เป็นปุ๋ยดีแก่ดินได้อีกด้วย ขั้นตอนที่ 2 เติมสารอินทรีให้กับดินซึ่งสารอินทรีย์นั้นถือเป็นสารประกอบที่มีคราบ้านให้โดเจนและไนโตรเจนเป็นหลักอีกทั้งสารเหล่านี้ยังมีจุลินทรีย์ในดินซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากและจะทำให้สารอินทรีย์ในดินนั้นมีค่าเป็นกรดอ่อนอ่อนทำให้ดินที่แข็งนั้นกับอ่อนลงได้ หาพืชที่ช่วยบำรุงดินซึ่งอาจจะเป็นพืชตระกูลถั่วทั่วไปหรือพืชผักสวนครัวก็ได้ซึ่งจะต้องเป็นพืชที่มีระบบรากไม่ลึกมากซึ่งการใช้เพื่อช่วยปรับปรุงดินนั้นจะมีระบบที่ดีต่อดินได้เช่นกัน ซึ่งนี่ก็ถือเป็นวิธีการง่ายง่ายที่ใครนั้นจะสามารถทำได้เท่านี้เราจะได้ไม่ต้องทิ้งไปทั้งกระถางอีกแล้วล่ะค่ะเสียดายเสียเป้าป่าวฉะนั้นทางที่ดีเราควรแก้ปัญหาแต่เบื้องต้นจะดีกว่าจะได้ไม่ต้องเสียทรัพยากรทางธรรมชาติไปแบบเสียเปล่าอีกด้วย

เหมือนออมเงินในอนาคต!! ปลูกต้นยางนา มีค่าเหมือนดั่งทอง

แน่นอนว่าในยุคเศรษฐกิจตอนนี้มีขึ้นมีลง จนตามไม่ทัน ทำให้หลายคนนั้นเริ่มมองหาขช่องทาง ทางการเงินที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลายคนั้นก็หันกลับมาบ้านเก่าปเพื่อประกอบอาชีพเป็นเกษตรกร ก็มีมากถม แต่การปลูกอะไรให้เจริญได้นั้นขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการวางแผนจริงๆ วันนี้ทางทีมงานจะพาคนที่คิดจะหันมาเป็นชาวเกษตรกรมาอ่านบทความที่อาจนำไปสู่การสร้างอาชีพของคุณได้ในอนาคตคตอันใกล้นี้ ซึ่งเราจะมาแนะนำ ไม้ยางนา เป็นต้นไม้ขนาดสูง เป็นไม้อเนกประสงตค์แทบทั้งต้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆได้อย่างเต็มที่ทั้งในทางตรงและทางอ้อม อีกทั้งยางนานั้น ยังเป็นแหล่งอาหารป่า และแหล่งนันทนาการอีกด้วย โดยน้ำมันยางในนั้นยังใช้เป็นสมุนไพร ชั้นดี และและเนื้อไม้นั้นเหมาะสำหรับการใช้สอยทั่วไปซึ่งมายังในนั้นมีศักดิ์ เท่าเทียบกับไม้สักนั่นเอง การเพาะเมล็ดไม้ยางนา วัตถุดิบ ขั้นตอนที่ 1 ถุงดำปุ๋ยคอกแกรบดินแกรบดำเมล็ดพันธุ์ดินร่วนซุ่ย ขั้นตอนที่ 2 เริ่มจากการน้ำอัตราส่วนในการผสมดินที่เตรียมไว้มาคลุกให้เข้ากัน ขั้นตอนที่ 3 จากนั้นก็ทำการรดน้ำให้ชุมแล้วหมักทิ้งไว้ประมาณเจ็ดถึง 10 วัน ขั้นตอนที่ 4 แล้วก็นำมากรอกใส่ถุงดำเอาไว้ในขณะที่กรอกนั้นไม่ต้องอัดดินให้แน่นจนเกินไป ขั้นตอนที่ 5 จับปากถุงแล้วกระแทกลงเบาๆให้ดินนั้นลงไปเต็มถุง

แม่บ้านต้องรู้! วิธีล้างคราบตะกรัน จากกาต้มน้ำไฟฟ้า ! ทำได้ไม่ยาก!

แน่นอนว่าทุกบ้านนั้นสิ่งที่จะต้องมีการติดบ้านก็คือกาน่ำร้อนใช่มั้ยล่ะคะแน่นอนว่าหากเราได้ใช้กาน้ำร้อนไปสักระยะมันก็จะมีคราบเค้าขาวที่ติดอยู่ภายใน กาเต็มไปหมด ซึ่งบอกเลยว่านี่ก็สร้างปัญหาให้กับแม่บ้านทั้งหลายใช่ไหมละคะ ซึ่งวันนี้ทางทีมงานก็จะมานำเสนอวิธีกำจัดคราบตะกรั่น ที่ติดอยู่ในกาน้ำร้อนแบบง่ายง่ายซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นลองตามกันมาดูเลย 1# เบกกิ้งโซดา เพียงแค่เราเติมเบ็คกิ้งโซดาลงไปในกาน้ำร้อนประมาณหนึ่งถึงสองช้อนโต๊ะจากนั้นเราก็ทำการเติมน้ำลงไปในกาแล้วก็เสียบปั๊กให้กาน้ำร้อนนั้นทำงานตามปกติของมันรอจนน้ำต้มจนเดือดแล้วพอเราเปิดฝาออกมาดูก็จะสังเกตได้ว่า คราบสีขาวที่ติดอยู่ในกานั้นได้หายไปหมดสิ้ 1#มะนาว เพียงแค่เอามะนาวหนึ่งลูกมาทำการหันให้เป็นวันวันจากนั้นก็ใส่ลงไปในกาน้ำร้อนแล้วก็เติมน้ำลงไปจากนั้นเราก็เสียบปั๊กแล้วก็รอน้ำร้อนทำงานจนกระทั่งน้ำเดือดจากนั้นก็ทำการถอดปลั๊กออกนะรอให้น้ำในกระติกเย็นลงประมาณห้าถึง 10 นาทีจากนั้นก็ค่อยค่อยเทน้ำออกแล้วก็นำสก๊อตไบท์หรือฟองน้ำที่ใช้ไว้ขัดถูล้างจานมาขัดถูคราบออกแค่นี้คราบก็จะหายไปอย่างง่ายดาย 1#มันฝรั่ง เอาเปลือกของมันฝรั่งนั้นลงไปในกระติกน้ำร้อนจากนั้นก็เติมน้ำลงไปประมาณครึ่งหนึ่งของคาบสีขาวแล้วก็เติมน้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อยจากนั้นก็เสียบน้ำเพื่อต้มน้ำจนเดือดประมาณ 10 ถึง 15 นาทีเพียงเท่านี้ครับสีขาวเกิดขึ้นภายในกาน้ำร้อนก็จะหายหมดไป ภาพคลิปวิดีโอ https://youtu.be/qwo4wi2NwqI และนี่ก็คือสามวิธีง่ายง่ายที่ทุกคนนั้นสามารถทำได้เพราะวัสดุส่วนใหญ่นั้นก็มาจากในครัวบ้านเรานี่แหละโดยเฉพาะมะนาวหรือเบรคกิ้งโซดาซึ่งบอกเลยว่าหาได้ง่ายอย่างแน่นอนฉะนั้นใครที่มีคราบสีขาวอยู่ในกาน้ำร้อนก็อย่าปล่อยทิ้งไว้รีบมาทำความสะอาดกันดีกว่า

มีเงินแค่ 320,000 ก็มีบ้านชั่นเดียวสวยๆได้! พร้อมแจกแปลงบ้าน!

แน่นอนว่าบ้านนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ใครใครหลายหลายคนนั้นใฝ่ฝันว่าอยากจะมีซึ่งไม่จำเป็นต้อง เป็นบ้านหลังใหญ่โต แค่เป็นบ้านหลังเล็กๆที่พออยู่พอกินก็ถือว่าดีแล้วแต่ทว่าในสมัยนี้การสร้างบ้านแต่ละหลังนั้นก็ถือว่าใช้เงินมากอยู่พอสมควร ถนัดบ้านหลังเล็กๆที่ว่าใช้เงินไม่กี่ 100,000 ส่วนใหญ่ก็ไม่ต่ำกว่า 500,000 ทั้งนั้นซึ่งนั่นก็ทำให้ใครหลายหลายคนนั้นถึงกับหมดหวังไปก็มีแต่วันนี้ทางทีมงานจะพาทุกท่านไปดูบ้านหลังเล็กๆชั้นเดียวที่มีราคาประหยัดและน่าอยู่เป็นอย่างมากใช้งบเพลงแค่ 320,000 บาทก็สามารถได้บ้านน่ารักน่ารักอยู่แล้วซึ่งบ้านหลังนี้จะเป็นอย่างไรนั้นตามมาดูกันเลย ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้ที่มีขนาดหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องน้ำพร้อมที่จอดรถอีกหนึ่งคันซึ่งดีไซน์ออกแบบแบบเรียบง่ายง่ายสไตล์หลังคาเพิงหมาแหงนอีกทั้งหลังคานั้นยังยื่นออกมาพบคุณตัวบ้านซึ่งสามารถช่วยกันแดดกันฝนได้เป็นอย่างดีและตัวบ้านก็เน้นเป็นโทนสีน้ำตาลเพื่อให้ใกล้เคียงกับ บ้านใหม่ทั่วๆไปแต่ตัวไหมรอบบ้านนั้นจะใช้ไม้ฝาเชอร่าทาสีน้ำตาลแทนซึ่งสามารถป้องกันปลวกได้เป็นอย่างดี และนี่คือแบบบ้าน เป็นอย่างไรกันบ้างกับแบบบ้านน่าอยู่หลังนี้บอกเลยว่างานมีบ้านของตัวเองไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปงบไม่ถึง 400,000 ก็สามารถมีบ้านเป็นของตัวเองได้แค่เรามีพื้นที่และมีเงินปลูกบ้านแค่ความฝันก็เป็นจริงแล้ว และนี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจเลยทีเดียวซึ่งบุคคลนั้นสามารถนำไปปรับออกแบบบ้านของตัวเองได้เช่นกัน

ใบพริกหงิกหงอ แก้ได้ รวมสูตรแก้ใบหงิกงอ ที่คุณก็ทำได้ด้วยตัวเอง

แน่นอนว่า พริกนั้นถือเป็น พืชผักสวนครัวที่เป็นส่วนผสมในอาหารในประเทศไทยของเราแทบจะทุกเมนูซึ่งหลายบ้านก็ได้ทำการปลูกพริกแต่สิ่งที่มาซะจนนั่นก็คือโรคใบหงิกนั้นเอง ซึ่ง อาการของมันนั้นก็จะคือต้นพริกหงิด แคระ ใบร่วงและพริกเบี้ยวอีกทั้งยังมีผลน้อย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่นั้นก็คือเพลี้ยไฟและไรขาวนั้นเอง 1.สาเหตุจากเพลี้ยไฟ โดยอาการส่วนใหญ่นั้นก็คือยอดตาดอกและใบหงิก ก้านใบ มีรอยด้านสีน้ำตาลและขอใบนั้นม้วนงขึ้นด้วยอาการที่หนุนแรงนั้นก็คือปลายใบจะแห้งและพริกที่กำลังจะออกดอกมันร่วงทำให้ผลนั้นบิดงอ 2.สาเหตุจากไรขาว โดยมีอาการคืเนื้อใบบริเวณคนนั้นรีบเรียวยาวมีใบที่โขงและขอบใบก็ม้วนลงด้านล่างในส่วนของบริเวณยอดนั้นก จะหยิกเป็นฝอยสีน้ำตาลแดงซึ่งจะทำให้ต้น พริกมันเตี้ย ไม่เจริญเติบโต และนี่ก็คือวิธีแก้ สูตรที่หนึ่ง ขั้นตอนที่ 1 ให้เอาขี้เถ้าที่มาจากการใช้เตาถ่านมาโรยไว้ที่ใบพริก ขั้นตอนที่ 2 งั้นก็ไม่ต้องลงรถน้ำและทำตามบ่อยซ้ำๆอีกสองสามครั้ง ขั้นตอนที่ 3 โดยเว้นระยะสองวันต่อหนึ่งถังซึ่งจะนำขี้เถ้าไปผสมน้ำแล้วฉีดก็ได้ ขั้นตอนที่ 4 ในกรณีที่อาการหนักก็ให้ทำการเด็ดยอดไปทิ้งเลยแล้วก็รอยอดขึ้นมาใหม่แทน สูตรที่สอง วัตถุดิบ -สมุนไพร หมาก เปลือกมังคุด -กากน้ำตาล -หัวเชื้อจุลินทรีย์ -ถัง -น้ำเปล่า ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากการทุกข์มากหรือเปลือกมังคุดลงไปในถังที่เตรียมไว้ ขั้นตอนที่ 2 จากนั้นก็นำเอามาผสมกับกากน้ำตาลหัวเชื้อจุลินทรีย์น้ำเปล่า ขั้นตอนที่ 3 และก็ทำการคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจากนั้นก็เก็บไว้ในที่ร่ม ขั้นตอนที่ 4 เมื่อหมักได้ที่แล้วก็นำเอาไปฉีดในอัตราส่วนของน้ำยา

คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน 5 สิ่งที่ไม่ควรเข้า ‘ไมโครเวฟ’

แน่นอนว่าในปัจจุบันถ้าเราอยู่ในสังคมเมืองเราก็จะนึกถึงอาหารอุ่นไมโครเวฟใช่ไหมล่ะคะ ซึ่งแน่นอนว่าอาหารด้วยไมโครเวฟนั้นถือเป็นสิ่งที่ง่ายและรวดเร็วอีกอย่างทั้งยังสามารถตอบสนองความต้องการของคนทึกใหม่ได้อย่างเป็นอย่างดีซึ่งไมโครเวฟหน่อยก็ถึงเครื่องไฟฟ้าที่สำคัญและจะมีติดบ้านไว้กันทุกบ้านนั่นเอง แต่ทว่าการที่เรานั้นจะใช้ไมโครเวฟให้มีประโยชน์สูงสุดวันนี้ทางเสียงงานก็เลยขอนำเสนอเรื่องราวที่บอกเลยว่าคุณหน้าบ้านหรือหนุ่มหนุ่มสาวสาวทั้งหลายที่รับประทานอาหารด้วยกันอุ่นไมโครเวฟนั้นจะต้องอ่านกันไว้เพราะว่านี้ถูกถ้าสิ่งที่คุณนั้นไม่ควร นำไปอุ่นไมโครเวฟนั่นเองซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นบอกเลยว่าตามกันมาเลย 1# น้ำนมของแม่ ซึ่งนมแม่นั้นถือเป็นน้ำนมที่นอกจากจะให้เด็กเจริญเติบโตแล้วและเป็นสิ่งจำเป็นที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของลูกได้แต่ถ้าหากว่ามีคุณแม่ท่านไหนทานแล้วนำเอานมนั้นไปอุ่นในไม่ครเว็บบอกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเลยเพราะอุณหภูมิของไม่ครเว็บนั้นจะทำให้เชื้อแบคทีเรียอีคูลท์ในน้ำนมนั้น สูงครึ่งถึง 18 เท่าซึ่งบอกเลยว่าเป็นอะไรที่อันตรายต่อเด็กเป็นอย่างมาก 2#บล็อกโครี แน่นอนว่าผักบล็อกโครีนั้นถือเป็นผักที่ถูกใจเด็กเด็กทั้งหลายแต่การนำบล็อกโครีนั้นมาใช้ความร้อนโดยการเว็บแล้วเราก็บอกไปเลยจะทำให้คุณนั้นสูญเสียสารต้านอนุมูนอิสระที่อยู่ในผักได้ถึง 97% เลยนะทางที่ดีออกไปผัด นิ่ง ไปหุงไปต้ม ไปทอด ดีกว่า 3#ผลไม้แช่แข็ง แน่นอนว่าเราไม่อยากให้ผลไม้หรือผักของเรานั้นเน่าเสียไปง่ายง่ายเราก็เลยเอาไปแช่ไว้ในตู้เย็น แต่ถ้าหากเราต้องการจะละลายนั้น ทางที่ดีเราไม่ควรเอาใส่ไมโครเวฟเพราะจะทำให้น้ำตาลที่มีประโยชน์ต่อร่างกายนั้นแปรสภาพกลายเป็นสารก่อมะเร็งซึ่งบอกเลยว่าไม่ควรเด็ดขาด 4# เนื้อสัตว์ หากเราเอาเนื้อสัตว์ที่แช่แข็งไปละลายในไมโครเวฟแล้วก็อุณหภูมินั้นจะไปทำให้เชื้อโรค ที่เป็นอันตรายต่อร่างกายนั้นเจริญเติบโตมากขึ้นซึ่งบอกว่าไม่ควรเป็นอย่างมากฉันที่ดีเราควรจะให้ละลายน้ำแข็งด้วยการเอาไปแช่น้ำหรือแช่ตู้เย็นช่องธรรมดาไว้ดีกว่า 5# ถ้วยชามที่เป็นพลาสติก แน่นอนว่าการที่เราจะอ้วนอะไรเราก็ไม่ควรใช้อะไรที่เป็นพลาสติกใช่ไหมล่ะคะซึ่งบอกเลยว่าใครหลายหลายคนในก็อาจจะยังไม่ทราบเผลอใช้จาน พลาสติกไปบอกเลยว่าเป็นอันตรายอย่างมากเพราะว่าพลาสติกนั้นจะเต็มไปด้วยสารก่อมะเร็งซึ่งเป็นสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของมนุษย์นั่นเอง เป็นอย่างไรกันบ้างคะบอกได้ว่าอันนี้เป็นค่าเรื่องที่เราทุกคนนั้นจะต้องใส่ใจค่ะใช้ไมโครเวฟนะอุ่นอาหารเป็นประจำบอกเลยว่าเราทุกวันทำอะไรแล้วนึกถึงสุขภาพของตัวเองไว้ก่อนนะคะฉะนั้นแล้วมีพี่มีน้องก็เตือนกันด้วยนะคะ

5 เรื่องที่เราควรรู้ก่อนคิดจะปลูกผักออร์แกนิค เหมาะสำหรับสายสุขภาพ

แน่นอนว่าในสมัยนี้ผู้คนก็เริ่มหันมารักสาสุขภาพกันมากขึ้นโดยมีเทรนรักสุขภาพขึ้นมากลายเป็นอีกหนึ่งกระแสของสังคมที่คนนั้นรักและใส่ใจนิยมเป็นอย่างมากเพราะโดยส่วนใหญ่หลายหลายคนหลายหลายบ้านก็เริ่มหันมาปลูกผักออร์แกนนิคกันซึ่งนั่นก็คือผักปลอดสารพิษนั้นเองบางก็ไว้บริโภคเองส่วนที่เหลือนั้นก็อาจไปสามารถสร้างรายได้ได้ แต่ทว่าใครที่อยากจะปลูกผักออร์แกนนิคในบ้านตัวเองนั้นเรายังไม่รู้ว่าเราจะเริ่มอย่างไรวันนี้ทางทีมงานก็ขอรวบรวมห้าเทคนิคไว้สำหรับคนที่อยากปลูกผักออร์แกนนิคไว้ในรั้วบ้านซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้นบอกเลยว่ามือใหม่ต้องอ่านก่อนนะคะซึ่งตามกันมาเลย 1# แสงแดดถือเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าพืชผักนั้นจะได้อาหารจากแสงแดดใช่ไหมล่ะคะชนะแสงแดดเรื่องที่เราต้องคำนึงถึงโดยเราจะต้องคำนึงถึงปริมาณแสงแดดที่พักของเรานั้นจะได้รับซึ่งเราควรเลือกบริเวณพื้นที่แปลงผักอย่างน้อยก็ให้พักของเรานั้นรับแสงได้ประมาณวันละ4 ถึง 8 ชั่วโมง 2# ขนาดพื้นที่ในการทำสวน แน่นอนว่าหากคุณยังเป็นมือใหม่ในการจะปลูกผักแล้วแล้วก็สิ่งแรกที่คุณควรต้องทำนั่นก็คือคุณนั้นควรจะมีพื้นที่ปลูกผักขนาด 50 ถึง 100 ตารางวาโดยคุณนั้นจะต้องเริ่มจากเล็กๆก่อน คุณนั้นจะได้ดูแลได้อย่างทั่วถึง ฉะนั้นแล้วถ้าหาคุณใช้พื้นที่ใหญ่จนเกินไปจะทำให้คุณนั้นดูแลผักของคุณไม่ทันแล้วทำให้ผักของคุณตายได้ 3# ควรจะมีดินที่ดี ซึ่งเป็นเรื่องแน่นอนว่าถ้าเราอยากจะได้ผลผลิตที่ดีนั้นเราก็ต้องเริ่มจากที่ดินกันก่อนแนะนำว่าก่อนปลูกเราควรบำรุงดินด้วยใบไม้หรือฟางเอามาคุมหน้าดินจากนั้นแล้วก็รดน้ำให้มันชุ่มชุ่มซึ่งทำวิธีนี้จะทำให้ดินมีคุณภาพมากขึ้นและการเจริญเติบโตของผักออร์แกนนิคเป็นอย่างมาก 4# การเลือกผัก มาปลูก แน่นอนว่าตังค์ที่เราจะเริ่มต้องปลูกผักออร์แกนนิคนั้นการเลือกถือเป็นเรื่องหนึ่งที่เราควรจะเลือกควรเลือกพรรคที่เราน่ะชอบทานไม่ใช่ว่าปลูกทุกอย่างที่เราจะคิดจะทำเอาที่เราชอบไว้ก่อนจะดีกว่า 5#การใช้ปุ๋ย แน่นอนว่าปุ๋ยนั้นก็ถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญเพราะปุ๋ยนั้นมีหน้าที่ในการบำรุงดินและเพิ่มแร่ธาตุให้กับดินซึ่งเหล่านั้นจะต้องใช้ปุ๋ยที่เป็นปุ๋ยอินทรีย์ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่มีสารเคมีอันตรายต่อร่างกายของเรา เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับห้าเทคนิคการดูแลสวนของคุณ ไม่ว่าทำได้ง่ายไม่ยากอย่างที่คิดซึ่งหากใครสนใจก็ลองศึกษาข้อมูลกันดูเลยนะคะรับรองว่านอกจากจะได้ผักดีดีทาน แล้วเราจะได้ไม่ต้องไปเสียเงินเสียทองซื้อผักในราคาที่แพงต่างหาก

ติดตั้งปั๊มน้ำแบบแขวน ปลอดภัยจากไฟรั่ว แถมทำง่าย

แน่นอนว่าปั๊มน้ำถือเป็นอุปกรณ์สำคัญเป็นอย่างมากในบ้านซึ่งทุกบ้านนั้นควรจะต้องมีซึ่งปั้มน้ำนั้นจะช่วยให้ระบบน้ำภายในบ้านสามารถอำนวยความสะดวกได้และเพียงพอต่อความต้องการของทุกคนในบ้านอีกทั้งยังทำให้น้ำนั้นสามารถไหลแรงอีกด้วย แต่ในบางครั้งนั่นเองการติดตั้งหรือการวางตำแหน่งจะเป็นปัญหากวนใจอยู่บ้าน ซึ่งถ้าหากเราวางไว้ที่พื้นแล้วมีน้ำท่วมขังหรือฝนตกใส่ก็ต้องสร้างความเสียหายตัวปั๊มได้ โดยวันนี้ทางทีมงานก็จะพาเพื่อนทุกคนนั้นไปดูวิธีการติดตั้งปั๊มน้ำแบบแขวนในบ้านซึ่งบอกเลยว่าเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับคนที่มีพื้นที่ขนาดเล็กด้วยการที่เรานั้นยกปั๊มน้ำให้สูงขึ้นนอกจากจะสร้างความปลอดภัยของเครื่องปั๊มน้ำได้อีกแล้วก็ยังให้พื้นที่ใช้สอยอีกด้วย โดยเจ้าของเรื่องราวนี้ก็คือคุณโจรริมคลอง ออกมาเปิดเผยว่าด้วยที่บ้านนั้นมีอยู่ประมาณแค่2x1.5 เมตรซึ่งส่วนนั้นจะเอาไว้เป็นลานซักล้างซะส่วนใหญ่หาถ้าติดตั้งปั๊มแบบปกติเหมือนบ้านหลังอื่นก็จะทำให้พื้นที่ซักล้างตรงนี้หายไปและพื้นที่ตรงนี้ยังเสี่ยงในเรื่องของน้ำขังเพราะเวลาฝนตกน้ำก็จะมีน้ำขังอยู่ตลอดเวลาทำให้เสี่ยงต่อเรื่องไฟดูดไฟรั่ว คุณโจรริมคลองก็เลยได้แนวคิดที่ว่าจะทำให้ปั๊มน้ำ. 150W นั้นใช้เฉพาะที่ชั้นสองจะต้องติดตั้งโดยมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 2. 50 เมตร. ซึ่งจะต้องทำการเจาะกำแพงบ้านและวางสายไฟใหม่ เพื่อยกปั๊มน้ำให้ขึ้นสูง จากนั้นก็ทำการเอาแท็งก์น้ำขนาด 200 ลิตรวางชิดไปทางกำแพงบ้าน แล้วก็เดินท่อไฟตามแนวกำแพงบ้านของเราโดยเราจะเห็นได้ว่าเราจะเสียพื้นที่ค่าวางแท็งก์น้ำเท่านั้น เพียงเท่านี้คุณก็จะหมดปัญหาเรื่องไฟดูดไฟรั่วจากปั๊มน้ำเพราะเรายกไว้ข้างบนแล้ว โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้นอาจจะมีเพิ่มมากขึ้นแต่ถ้าในเรื่องของความปลอดภัยแล้วก็ประโยชน์ ใช้สอยที่ได้กลับมานั้นคุ้มค่าเป็นอย่างมากโดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้นใช้เพียงแค่ประมาณ 12,000 บาทเท่านั้นบอกเลยว่าคงค่ะ โดยในราคานี้รวมค่าแรงแล้วประมาณ 2500 บาท เป็นอย่างไรกันบ้างคะบอกเลยว่าเป็นหนึ่งไอเดียที่เหมาะมากสำหรับคนที่มีบ้านในพื้นที่ที่จำกัดและต้องการพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นซึ่งนอกจากจะได้พื้นที่ใช้สอยแล้วเราก็ยังปลอดภัยจากไฟรั่วหรือน้ำค้างต่างหากทั้งนี้ถ่ายตลอดไปประยุกต์ถามกันดูได้นะคะบอกเลยว่าดีงามเพื่อเงินอีกนิดและความปลอดภัยกับพื้นที่ใช้สอยที่มากขึ้น บอกเลยคุ้มค่าที่สุด

Loading...
Top