คุณอยู่ที่นี่
หน้าแรก > ข่าวเด่นประเด็นร้อน > เด้งแล้ว! ตำรวจรีดเงิน 2 หมื่น หอมแก้มสาวบนโรงพัก แลกเคลียร์คดีเมาแล้วขับ

เด้งแล้ว! ตำรวจรีดเงิน 2 หมื่น หอมแก้มสาวบนโรงพัก แลกเคลียร์คดีเมาแล้วขับ

กลายเป็นกรณีที่เป็นเด็ดอย่างมากในช่วงนี้คะ ซึ่งนี้เป็นกรณีที่นางสาวอี (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ ได้เข้าแจ้งความว่าถูกตำรวจ ยื่นข้อเสนอจ่ายเงิน จำนวน 20,000 บาท เพื่อจะช่วยเคลียร์คดีเมาแล้วขับให้ แต่กลับถูกลวนลามกลางโรงพักทั้งกอด ทั้งหอม ทำให้สาวอี เข้าแจ้งความทันที

โดยเธอได้เล่าเหตุการณ์ว่า.. เมื่อตอนตีห้า วันที่ 28 พ.ค. ขับรถเก๋งโตโยต้ายาริสกลับจากเที่ยวฮอลลีวู๊ดผับ เพื่อกลับบ้านน้องสาวย่านถนนสุขุมวิท อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กระทั่งถึงถนนสายสองพัทยา มีรถปิกอัพโตโยต้า จอดข้างทางแต่เปิดประตูข้างคนขับทิ้งไว้ ทำให้รถของตนเฉี่ยวชนประตูรถคู่กรณีเสียหาย แต่ไม่สามารถตกลงกันในที่เกิดเหตุ ต้องมาเคลียร์กันบนโรงพัก โดยมี พ.ต.ท.ธัมมัญชิษฐ์ สิทธิศาสตร์ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เป็นเจ้าของคดี โดยวันนี้ได้มีตำรวจแต่งกายครึ่งท่อน สวมเสื้อคอกลมสีขาวกางเกงขายาวสีกากี ชื่อดาบเสก ได้ให้นางสาวอีเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์เพื่อวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ปรากฏว่าเป่า 2 ครั้งแรกผลไม่ออกมา แต่พอเป่าครั้งที่สามถึงมีใบแจ้งผลออกมา ดาบเสกบอกว่าปริมาณแอลกอฮอล์เกินมาตรฐาน แต่ไม่ยอมให้ดูผลตรวจ บอกว่าต้องส่งฟ้องศาลต้องนำตัวเข้าห้องขัง ถ้าไม่ให้ดำเนินคดีข้อหานี้ต้องจ่ายเงิน 20,000 บาท แต่ตนไม่ยอมจ่ายบอกให้ฟ้องศาล ดาบเสกพาตนเข้าห้องขังทันทีทั้งที่ยังเจรจาเรื่องค่าเสียหายกับคู่กรณีไม่เรียบร้อย

หลังถูกนำเข้าห้องขังเห็นว่าผู้ต้องขังชายและผู้ต้องขังหญิงเดินถึงกันได้ ทำให้กลัวบอกกับสิบเวรห้องควบคุมว่ายอมจ่ายเงินเคลียร์คดี และมอบบัตรเอทีเอ็มให้ไปกดเบิกเงินให้ 20,000 บาท หลังจากนั้นมีตำรวจสวมเครื่องแบบอีกนายรับเงินกับตน พร้อมเอ่ยปากขอหอมแก้มแล้วยื่นหน้าหอมแก้มตนทั้งที่มีลูกกรงห้องขังกั้นอยู่ต่อหน้าผู้มาติดต่อราชการและผู้ต้องขังอีกหลายคน โดยที่ตนไม่กล้าต่อว่าเพราะกลัวเคลียร์คดีไม่จบและในช่วงที่ตนเก็บข้าวของออกจากห้องควบคุมเวลาประมาณ 10 โมงเช้า ตำรวจคนเดิมฉวยโอกาสตนหยิบรองเท้าเดินออกจากห้องควบคุมปรี่เข้ามากอดและหอมแก้มตนต่อหน้าคนจำนวนมาก ทำให้ได้รับความอับอาย

ส่วนที่กองบังคับการปราบปราม นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พร้อมผู้เสียหายอีกทั้งที่ชื่อ น.ส.แพรว (นามสมมติ) อายุ 47 ปี เเดินทางยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. หลังถูกนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ตำแหน่งรอง สว. (สอบสวน) สภ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและพยายามข่มขืนภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง แต่สามารถหลบหนีออกมาได้ ก่อนแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.เมืองราชบุรี แต่คดีไม่มีความคืบหน้า

โดยวันที่เกิดเหตุนั้น น.ส.แพรวผู้เสียหายรายนี้ไปกินข้าวที่ร้านอาหารในตัวเมืองราชบุรีกับนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ระหว่างการรับประทานอาหาร ผู้เสียหายขอตัวกลับก่อน ขณะเดินมาที่รถตำรวจนายนี้เดินตามมาและทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ จากนั้นนำตัวขึ้นรถพาผู้เสียหายเข้าไปในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง และพยายามจะข่มขืน

แต่ผู้เสียหายขัดขืนทำให้ตำรวจนายนี้ไม่พอใจ ทำร้ายร่างกายซ้ำจนเลือดออกที่ใบหูด้านซ้ายและฟกช้ำตามตัวหลายแห่ง กระทั่งเจ้าของรีสอร์ตเข้ามาช่วยเหลือห้ามให้หยุดทำร้ายแต่ตำรวจนายนี้ยังคงกักตัวไว้ในห้องพัก ต่อมาผู้เสียหายหลบหนีออกมาได้ ก่อนเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับตำรวจนายนี้ที่ สภ.เมืองราชบุรี แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ ยังมีตำรวจนอกเครื่องแบบเข้ามาพบผู้เสียหายที่บ้าน เจรจาขอให้ผู้เสียหายถอนแจ้งความและไม่เอาเรื่องดังกล่าว สำหรับการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการคุกคามพยาน จึงอยากให้พนักงานสอบสวน บก.ป.เข้าไปทำคดี

โดยทั้งนี้ ก็ได้มีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เกี่ยวเรื่องนี้คะนอกจากนี้ยังให้ทำการตรวจสอบด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ พร้อมทั้งสั่งให้ตำรวจที่ถูกกล่าวหาออกจากราชการ ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริง ว่ามีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชน และกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริงหรือไม่

บอกเลยว่ากรณีนี้ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดกันเลยละคะเพราะว่า นี้เป็นคตีที่อุดอาจเกี่ยวข้องกับการทำร้ายร่างกาย และลวนลามทางเพศ ซึ่งบอกเลยไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจเลยที่จะต้องทำแบบนี้กับประชาชน เพราะประชนชนต้องได้รับการปกป้องจากตำรวจ ไม่ใช่ ถูกตำรวจรังแกคะ

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top
%d bloggers like this: