คุณอยู่ที่นี่
หน้าแรก > ข่าวทั่วไป > คนไทยสุดเจ๋ง! ประดิษฐ์ “รถตัดอ้อยไร้คนขับ”ใช้งานได้จริง ราคาถูกและทนกว่า (คลิป)

คนไทยสุดเจ๋ง! ประดิษฐ์ “รถตัดอ้อยไร้คนขับ”ใช้งานได้จริง ราคาถูกและทนกว่า (คลิป)

บอกเลยว่าคนไทยนั้นก็สามารถสร้างสิ่งต่างๆได้ ไม่แพ้ชาตืใดในโลกเลยคะ ซึ่งตอนนี้ได้มีคนสร้างรถตัดอ้อยแบบไร้คนขับจนสำเร็จ และมีการทดสอบใช้รถลุยตัดอ้อยในไร่เกษตรกรมาแล้ว ทั้งในกลางวันและกลางคืน ถึง 11,000 ตัน ซึ่งพบว่าการทำงานดีกว่ารถที่ซื้อจากต่างประเทศอีก!!

นายบุญฤทธิ์ สุวรรณสาร อายุ 59 ปี อดีตวิศวกรสร้างโรงกลั่น-วางท่อน้ำมันกลางทะเล ซึ่งเป็นผู้ออกแบบและสร้างรถตัดอ้อยไร้คนขับ เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า รถคันนี้เป็นรถต้นแบบ แฮนด์เมด โดยทีมช่างชาวสุโขทัย 10 คน ทำไปหาอะไหล่ไป ใช้เวลาสร้างนาน 6 เดือน

นายบุญฤทธิ์บอกว่า รถตัดอ้อยต่างประเทศราคาราว 13 ล้านบาท แต่รถไทยประดิษฐ์คันนี้แค่ 6 ล้านบาท รถนอกถ้ารื้อสายไฟออกมาก็ได้เป็นเข่ง และแพงมาก ชุดหนึ่ง 3-4 หมื่นบาท แต่สายไฟของเราแทบไม่มี เพราะใช้ระบบไร้สาย กล่องสมอง ECU รถนอกราคาก็ตกอยู่ 2-3 แสนบาท แต่ของเรา ECU ไร้สายแค่ 5,000 บาท ส่วนตัวลูกที่รับคำสั่งทำงานก็แค่ตัวละ 800 บาท เจ้าของรถถอดเปลี่ยนเองได้เลย

“ถือเป็นรถตัดอ้อยออกแบบได้ดีที่สุดในโลก ไม่ว่าจะให้คนนั่งขับเอง หรือบังคับด้วยชุดควบคุมไร้สายก็ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีข้อบกพร่อง ที่สำคัญประหยัดน้ำมันกว่ารถต่างประเทศถึง 200 ลิตรต่อวัน ส่วนใบมีดกงจักรก็จะไม่คั้นน้ำอ้อยที่หน้ามีดสับท่อน ทำให้ลดอัตราสูญเสียน้ำอ้อยและน้ำหนักของอ้อยได้เยอะมาก”

ขณะนี้ยังร่วมกันลงมือสร้างรถตัดอ้อยคันที่สอง ซึ่งแล้วเสร็จไปราว 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว เป็นการสร้างโดยเอาข้อดีของรถตัดอ้อยจากอเมริกาและออสเตรเลียรวมไว้ด้วยกัน ทำให้โครงสร้างรถแข็งแกร่งทนทานกว่าเดิม ระบบไม่ซับซ้อน อะไหล่ถูก หาง่าย ช่างใกล้บ้านก็ซ่อมได้

“ที่เหนือชั้นกว่ารถต่างประเทศคือ เกียร์ตัดโคนจะนั่งหน้าดินเวลาล้อหน้าลงหลุม มีดตัดโคนไถไปไม่สามารถจะแทงรื้อตออ้อยพันธุ์ได้ ชาวไร่ไม่ต้องซ่อมอ้อยอีกต่อไปแล้ว”

นายบุญฤทธิ์กล่าวอีกว่า ในอนาคตจะมีการพัฒนารถคันนี้จนไม่ต้องใช้คนขับ เพราะกล่องสมองคอมพิวเตอร์บนรถเป็นระบบโดรน สามารถเปิดรับพิกัดดาวเทียมให้เดินตัดอ้อยเองได้ คนควบคุมมีหน้าที่เพียงแค่คอยระวังไม่ให้รถล้มเวลากลับรถตรงหัวร่องที่มีหลุม และระวังไม่ให้อ้อยร่วงจากรถบรรทุกเท่านั้น

จากการประเมินปริมาณผลผลิตอ้อยเข้าหีบประจำฤดูกาลผลิตปี 2560/2561 มีโอกาสเข้าหีบ 130 ล้านตันอ้อย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีปริมาณอ้อยเข้าหีบอยู่ที่ 92.95 ล้านตันอ้อย ซึ่งเป็นผลมาจากโรงงานน้ำตาลทั่วประเทศได้เตรียมพร้อมด้านการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ นักคิดค้นหนุ่มไทยจึงใช้ความชำนาญและประสบการณ์ดัดแปลงรถตัดอ้อย “สบายไทย” ควบคุมไร้สาย 2.4 G. ฝีมือคนไทยหนึ่งเดียวในโลก

นายบุญฤทธิ์ สุวรรณสาร เจ้าของไอเดียรถตัดอ้อยไร้คนขับ กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยบ้านเรามีรถตัดอ้อยใช้งานกันอยู่ประมาณ 3,000 คัน ไม่พอต่อความต้องการใช้ เพราะปริมาณแค่นี้รองรับพื้นที่ปลูกอ้อยได้แค่ 30% เท่านั้น และส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศการออกแบบไม่เหมาะกับสภาพพื้นที่บ้านเรา

โดยไร่อ้อยต่างประเทศมีการปรับสภาพพื้นที่ให้ราบเรียบ เอารถจักรกลไปใช้งานจึงลื่นไหล ไม่ค่อยมีปัญหา ต่างจากบ้านเรา ไร่อ้อยไม่ราบเรียบ สูงต่ำวิ่งไปพร้อมกับอาการโยกเยก โคลงเคลง กระโดดไปมา ส่งผลให้ตัวถังบิดตัว แตกร้าว และที่สำคัญราคาคันละประมาณ 13 ล้านบาท แต่รถต้นแบบที่ตนเองสร้างขึ้นนี้ราคาเพียงไม่ถึง 6 ล้านบาท

ทั้งนี้ สาเหตุที่ใช้ชื่อ “สบายไทย” เพราะต้องการใช้ความรู้ที่ตนเองมีสร้างรถต้นแบบให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยไทยได้สบายขึ้น และเพื่อผลผลิตที่ดีขึ้น ให้เกษตรกรไทยไม่ต้องแบกภาระมากมาย

ก่อนหน้าที่จะตัดสินใจมาคิดค้นรถตัดอ้อย คุณบุญฤทธิ์ มีตำแหน่งหัวหน้าแผนกเอ็นจิเนียริ่ง ในโรงกลั่นแก๊สต่างประเทศแห่งหนึ่ง แต่เมื่อเห็นสายไฟฟ้าระบบของรถตัดอ้อยยุ่งยากมาก ซ่อมยาก ระบบไฮโดรลิคละเอียดอ่อน จุกจิก จึงคิดว่าน่าจะใช้ระบบไร้สาย
ซึ่งปัจจุบันการประมวลผลชัดเจน และควบคุมได้ง่าย และที่สำคัญราคาถูก เปลี่ยนง่าย เสียซื้อใหม่ได้เลย ซึ่งปัจจุบันเปิดเป็นศูนย์ซ่อมอยู่ที่บ้านเลขที่ 157/112 ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ให้ทุกคนได้เรียนรู้ระบบ เพื่อจะได้ซ่อมเอง และหากรถรุ่นเก่าหมดสภาพไป เกษตรกรจะได้มีรถที่มีเทคนิคใหม่ๆ ไว้ใช้งาน

และอยากให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนต่อยอด เช่น การให้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเป็นนวัตกรรมการเกษตรเครื่องจักรกล ไร้คนขับสุดยอดรถตัดอ้อยระบบไร้สาย 2.4 G. ไร้สายควบคุม ใช้คลื่นความถี่ไมโครเวฟเรด้าร์ สามารถยกกล่องควบคุมมาไว้บนรถปิคอัพ แล้วบังคับตัด จากภายนอกรถ และสามารถเดินตัดด้วย gps. ดาวเทียม เหมือน สมาร์ทโฟนที่ไม่ต้องโยงสายไปหาใคร แต่คอนเน็กทุกอย่างกับโลกภายนอก นี่แหละ “รถตัดอ้อยสบายไทย”

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top
%d bloggers like this: