คุณอยู่ที่นี่
หน้าแรก > ข่าวทั่วไป > รุมค้าน ..กม.คุ้มครองพันธุ์พืช ลิดรอนสิทธิเกษตรกร เอื้อเอกชนข้ามชาติ .. จริงหรือ??

รุมค้าน ..กม.คุ้มครองพันธุ์พืช ลิดรอนสิทธิเกษตรกร เอื้อเอกชนข้ามชาติ .. จริงหรือ??

เป็นที่น่าจับตา กับร่างพ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืชฉบับใหม่ ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในขณะนี้ โดยเป็นร่างกฎหมายฉบับเดิม ที่กรมวิชาการเกษตร นำมาปรับปรุง และอยู่ระหว่างรับฟัง ก่อนจะสรุปนำส่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาและให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบต่อไป

โดยประเด็นที่ถูกมองว่าเป็นปัญหาคือการ กำหนดให้จำกัด ปริมาณการเพาะปลูกหรือการขยายพันธุ์พืชของเกษตรกรเป็นอำนาจของรัฐมนตรีภายใต้ความเห็นชอบของคณะกรรมการคุ้มครองพันธุ์พืช ซึ่งถูกตีความว่าเป็นการเปิดช่องให้รัฐออกมาจำกัดพันธุ์พืชใหม่จนทำให้เกษตรกรไม่สามารถขยายพันธุ์พืชเองได้

ซึ่งกลุ่มผู้คัดค้าน อย่างนายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี มองว่า เกษตรกรไทยจะได้รับผลกระทบถูกลิด
รอน สิทธิทางการเกษตรในหลายประการ เกษตรกรไม่สามารถขยายพันธุ์จากเมล็ดพันธุ์เพื่อการเกษตรได้ ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ทุกครั้ง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนทางการเกษตรสูงขึ้น 2.6 เท่า
โดยเฉพาะชาวนาจากเดิมเมล็ดพันธุ์ข้าวราคา กิโลกรัมละ 20-30 บาท อนาคตจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 150 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ต้องรับภาระหนัก หากเกษตรกรฝ่าฝืน ตามกฎหมายมีโทษถึงขั้นจำคุก สูงสุด2ปี และผลผลิตที่ได้จากการพันธุ์พืชตามกฎหมายถูกตีความว่าเป็นสิทธิของผู้ปรับปรุงพันธุ์ด้วย เกิดการขยายสิทธิผูกขาดพันธุ์พืชโดยเอกชนรายใหญ่ให้ครอบคลุมไปถึงผลผลิตที่ได้จากการขยายพันธุ์ปรับปรุงใหม่

 

 


นอกจากนี้ มีการแก้คำนิยามของพันธุ์พืชพื้นเมืองทั่วไปเปิดให้เอกชน โดยเฉพาะต่างชาติสามารถนำเม็ดพันธุ์พืชของไทยไปพัฒนาปรับปรุงเป็นพันธุ์ใหม่ โดยไม่ต้องแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน และสามารถนำพันธุ์พืชไทยที่ปรับปรุงใหม่ มาขึ้นทะเบียนคุ้มครองจำกัดสิทธิคนไทยได้ อย่างที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา
พร้อมตั้งข้อสังเกตุว่าการร่างกฎหมายฉบับนี้เร่งรัดมากเกินไป ไม่แน่ในว่าจะเกี่ยวเนื่องกับการที่รัฐบาลไทยไปเยือนสหรัฐหรือไม่
ขณะที่ นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่เพราะปลูกพืชพื้นเมือง หรือพืชทั่วไปอยู่แล้ว ใครที่เก็บเม็ดพันธุ์ไว้ยังสามารถขยายพันธุ์เพราะปลูกค้าขายต่อไปได้เหมือนเดิม กฎหมายไม่ได้ห้ามส่วนนี้

ซึ่งการจำกัดพันธุ์พืชนั้นเป็นการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ปรับปรุงพันธุ์พืช ที่กำหนดมาแล้วในกฎหมายฉบับเดิมที่ผ่านมายังไม่เคยมีการออกประกาศคุ้มครอง พืชชนิดใด และการประกาศคุ้มครองต้องขึ้นอยู่กับผู้ปรับปรุงพันธุ์พืชที่จะขอมาซึ่งทางกระทรวงก็ต้องมีการตรวจสอบหลายขั้นตอนว่าเป็นพืชชนิดใหม่จริงหรือไม่ หากเห็นว่าเข้าหลักเกณฑ์ก็สามารถประกาศคุ้มครองเพื่อจำกัดปริมาณการเพาะปลูกได้

 

สิ่งที่เกษตรกรจะได้รับผลกระทบ ก็คือไม่สามารถขยายพันธุ์เพื่อไปแข่งขันกับผู้ปรับปรุงพันธุ์ได้แต่เกษตรกรยังสามารถเพราะปลูกพันธุ์พืชที่มีและนำผลผลิตไปขายได้ปกติ เพราะกฎหมายฉบับนี้เน้นให้มีการปรับปรุงพันธุ์พืชให้มีผลผลิตที่มีคุณภาพมากขึ้นเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรเป็นการรักษาความสมดุลให้เกษตรกร
อย่างไรก็ตามยืนยันว่า การที่เอกชนในต่างประเทศจะนำพืชสายพันธุ์ไทยไปปรับปรุง เพื่อให้เกิดพันธุ์หนั้นจะต้องแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ได้ปล่อยให้มีการปลูกขาดฝ่ายเดียว และไม่ได้แก้ไขกฎหมายเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้เอกชนรายใหญ่อย่างที่มีการเข้าใจ ส่วนการรับฟังความเห็นทางกรมได้ขยายระยะเวลาออกไป ถึงวันที่ 20 พ.ย. นี้ผ่าน เว็บไซต์ของกรมวิชาการเกษตร เพื่อให้ประชาชนได้ให้ความเห็นเข้ามาอย่างเต็มที่
งานนี้ ..คงต้องติดตามกัน อย่างใกล้ชิด ว่าจะมีการ หมกเม็ด ตามที่มีการกังวลกันหรือไม่ .. ซึ่งหากเป็นจริง คงเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อเกษตรกรไทย อย่างแน่นอน

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : Tnews

Loading...

Similar Articles

Leave a Reply

Top